ก็อย่างเคยๆอ่ะนะ ที่ต้องขอโทษขอโพยหนูนักปรัชญาก่อนการหวัดดีทักทายกัน...ไม่ต้องแก้ตัวด้วยเหตุผลร้อยแปดเพราะจริงๆแล้วมันเหลือเพียงแค่เหตุผลเดียวนั่นคือ...ขี้เกียจจังเลยจ้า.....เฮ้อ...อยากจะเป็นบล็อกเกอร์แต่ขี้เกียจอัพบล็อกเนี่ยใช้ไม่ได้เลยจริงๆว่าไหมเนอะ
 
     อ้อ! เมื่อวันก่อนป้าได้ดูดีวีดีเรื่อง "Ganzt " หรือ ชื่อภาษาไทยว่า "สาวกกันสึพันธุ์แสบสังหาร" เนื่องจากไม่เคยอ่านมังงะเรื่องนี้มาก่อน แต่พอจะเคยได้ยินมามั่งว่า มันดังมากในญี่ปุ่น พอได้มาดูก็เข้าใจได้ว่าทำไมถึงมีคนชอบมันมากมายนัก
 
      เด่นๆเลยก็คือความมันส์จากฉากต่อสู้คล้ายเกมส์ที่เราชอบเล่นกัน แต่ที่เด่นที่สุดก็คือหนังมันมีความซับซ้อนหลายมิติ และมีประเด็นให้ตีความทางปรัชญาอยู่พอสมควร อันนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับคนเขียนบท ซึ่งจะว่าไปถ้าจะยกย่องจริงๆก็คือนักเขียนการ์ตูนที่เป็นผู้ให้กำเนิดเรื่องกันสึขึ้นนั่นคือ คุณ ฮิโรยะ โอคุ ซึ่งป้าก็ไม่รู้จักมาก่อน คงเป็นเพราะเลิกอ่านมังงะมานานพอตัว
 
      ประเด็นนึงในหนังเรื่องนี้ที่สร้างความสนใจให้ป้าก็คือ การพยายามหาคำตอบให้กับตัวเอกในเรื่องถึง เหตุผลในการมีชีวิตอยู่ ว่าสุดท้ายแล้วมันคืออะไรกันแน่ ? หลายคนอาจจะบอกว่าพื้นๆ แต่ป้าว่ามันเป็นคำถามที่ท้าทายทีเดียว เมื่อเราลองมาตระหนักดูว่า เมื่อชีวิตของตัวเรามันไม่ได้อยู่ในกำมือเราอีกต่อไป
 
 
       เราต้องสู้เพื่อคนที่เราไม่รู้จักและไม่ได้รักใคร่ ต้องฆ่าคนที่ไม่เคยมีความแค้นเคืองชิงชัง เพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปในแต่ละวัน ถ้าเป็นเราจะสู้ไหม จะมีชีวิตต่อไปอย่างไร และเลือกที่จะฆ่าตัวตายเพื่อหนีภารกิจที่เหมือนกับการท่องไปในนรกที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้หรือไม่....ใครสนใจลองไปหามาดูกันนะ แต่ถ้าใครเคยอ่านหรือเคยดูกันสึ ก็ลองเล่าให้ป้าฟังมั่งนะ อยากรู้เหมือนกันว่าคนอื่นคิดยังไง
 
     กลับมาที่ปรัชญาไร้เหตุผลของเราต่อกันนะจ๊ะ เอนทรี่ก่อนป้าได้ส่งออเดริฟเรียกน้ำย่อยให้แก่หนูนักปรัชญาไปแล้ว หลายคนอาจจะคิดว่าป้าเพ้อละเมอบ่นบ้าไปตามเรื่องของหญิงวัยทอง แต่จริงๆป้าอยากส่งสัญญาณเล็กๆให้หนูนักปรัชญาได้คิดว่า
 
   ....ชีวิตของคนเรามันไร้เหตุผลหรือไม่....ชีวิตเราเป็นของเราหรือของผู้อื่น ....ถ้ามันเป็นของเราจริง ทำไมหลายครั้งเราไม่เลือกทางเดินชีวิตของเราเอง แต่กลับโยนไปให้คนอื่นเลือกให้.... ไล่เรียงจากเรื่องเล็กๆน้อยๆเข่นอาหารการกิน ไปจนถึงเลือกโรงเรียน มหาลัย ฯลฯ ไปจนถึงคู่ชีวิต
 
    นี่ไม่นับถึงเรื่องที่เราไม่มีสิทธิ์แม้จะเลือกว่าพอใจหรือไม่ ในการบริหารงบประมาณแผ่นดินแบบล้างผลาญของนักการเมืองส่งผลให้เราเป็นหนี้ครัวเรือนรวมกันทั้งประเทศเพิ่มขึ้นอีกหลายล้่านล้าน...เราไม่อยากให้ถนนตัดผ่านบ้่านของเราจนต้องถูกเวรคืน...เราไม่อยากน้ำท่วมจนหมดตัว...เราไม่อยากถูกแฟนทิ้ง ถูกข่มขืน ถูกไล่ออกจากงาน เป็นมะเร็ง และอาจไม่อยากอะไรอีกมากมาย....แต่เราก็ไม่มีทางเลือกอื่น
 
     มันเป็นชะตากรรมที่ซัดเข้ามาจากภายนอก เรามีหน้าที่ก้มหัวยอมรับมันโดยดุษฎี ราวกับว่า ชีวิตเรานี้ช่างไร้เหตุผลและไม่มีความหมาย จริงอยู่ที่ชีวิตเป็นสิ่งไร้เหตุผลเช่นเดียวกับโลกของเรา เพราะเหตุผลไม่อาจไขความลับของชีวิตได้ เรารู้แต่เพียงว่า ชีวิตอยู่ได้อย่างไร แต่เราไม่รู้ความจริงว่า. ทำไมชีวิตถึงมีอยู่? ทำไมชีวิตจึงไม่เป็นเช่นที่มันควรจะเป็น?
 
      ทำไมจึงต้องทำชีวิตให้ซ้ำซากวันแล้ววันเล่าเป็นกิจวัตรดั่งเครื่องจักรกล? เราจะมีขีวิตต่อสู้ดิ้นรนไปทำไมในเมื่อวันนึงความตายก็มาพรากทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีไปเสียจนหมดสิ้นไม่ข้าก็เร็ว? แล้วชีวิตจะมีความหมายหรือคุณค่าได้อย่างไร? ทางออกมันอยู่ตรงไหน?
 
     เกี่ยวกับเรื่องนี้การ์มูส์ได้ให้คำตอบไว้ 3 ทางด้วยกัน ทางออกแรกคือ การยอมรับความจริงที่กล่าวมา โดยมีชีวิตอยู่ไปวันวันอย่างหดหู่ เบื่อหน่ายและเซ็งสุดๆ ไม่สนใจใยดีกับโลก น่าเสียดายที่ป้าต้องบอกว่า มันเป็นหนทางของคนที่ต้องเสพติดอะไรบางอย่าง เช่น ยาเสพติด เกมส์ การพนัน เหล้า เซ็กส์ ศัลยกรรม อื่นๆอีกมากมาย เพื่อทำให้ชีวิตมีรสชาติและความตื่นเต้นเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย การ์มูส์สุดหล่อของเราบอกว่า การมีชีวิตเช่นนี้เป็นทางออกที่ไม่เหมาะสม เพราะทำให้ชีวิตที่ไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว ยิ่งไร้เหตุผลขึ้นไปอีก
 
    ทางออกที่สองคือการฆ่าตัวตาย ซึ่งแน่นอนว่า ทางออกนี้เป็นการปฏิเสธความไร้เหตุผลของชีวิตอย่างสุดขั้ว เพราะถ้าเรายอมรับว่าชีวิตมันไร้เหตุผล เราย่อมจะไม่ฆ่าตัวตาย เนื่องจากว่า การฆ่าตัวตายไม่ได้เป็นการทำให้ชีวิตมีความหมายขึ้นมา หรือแก้ปัญหาชีวิตแต่อย่างใดมันแค่เป็นการปฏิเสธการสร้างความหมายให้ชีวิต ด้วยการยุติการมีชีวิตเสีย
 
     ทางออกที่สาม คือ การมีขีวิตอยู่กับความจริงที่ขมขื่นนี้ให้ได้ เพราะแม้ชีวิตจะเป็นสิ่งที่ไร้เหตุผลและไม่มีความหมายอยู่ในตัว แต่ชีวิตเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพื่อลดทอนอำนาจของความไร้เหตุผลของชีวิต เราจะต้องรักในการมีชีวิตอยู่ เชิดหน้ายืนหยัดที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป เหมือนคนที่ต่อต้่านกระแสน้ำโดยยืนอยู่นิ่งๆไม่ยอมปล่อยให้กระแสน้ำพัดพาตัวเองไป
 
    .... ถ้าเราไม่รักชีวิต....ชีวิตก็จะเป็นสิ่งที่ไร้ความหมายอยู่เช่นนั้นตลอดกาล
 
      จริงหรือไม่ที่ว่า....การยอมรับความจริงว่าโลกทุกวันนี้มันช่างไร้เหตุผล...เป็นวิธีคิดที่ทำให้เรามีภูมิคุ้มกันกับความทุกข์ที่สาดกระทบเข้ามาในชีวิตของเราได้มากขึ้น ไม่คับแค้น คับข้องใจ เพราะเราไม่คาดหวังให้โลกเป็นอย่างที่ควรจะเป็น และไม่ต้องคิดค้นหาคำอธิบายของสิ่งเลวร้ายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ว่าทำไม?
 
     การทำให้ขีวิตมีคุณค่าและมีความหมายที่สุดคือ ทำปัจจุบันในหน้าที่ที่เราแบกรับให้ดีที่สุดโดยไม่ต้องคิดถึงผลที่ตามมา ...ราวกับว่ามีแต่นาทีนี้ขั่วโมงนี้เท่านั้นที่เรามีชีวิตอยู่บนโลกที่ไร้เหตุผลนี้....
 
    ถ้าในกันสึก็คือ การมีชีวิตอยู่ต่อไป ในนรกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งวัน ก็คือ....การดิ้นรนสู้เพื่อให้คนที่เรารักจะได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ต่อไปไงล่ะ
 
     ป้าเอ็กซิสต์
 
     อ้างอิงบางเสี้ยวบางส่วนจากหนังสือเรื่อง ปรัชญาแห่งความไร้เหตุผล อัลแบร์ กามูส์, พินิจ รัตนกุล แปลและเรียบเรียง ใครสนใจไปหาอ่านนะจ๊ะ สนุกมากเล่มก็บางนิดเดียว

Comment

Comment:

Tweet

วินนี่...ความคิดกับมนุษย์เป็นของคู่กัน จะคิดน้อยคิดมากก็แล้วแต่ ป้าเข้าใจว่าคนเราทุกคนล้วนมีความคิดเป็นของตนเอง แม้จะถูกกล่อมเกลามาจากใครก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่วินนี่มีคือ คำถามในการดำรงชีวิต ความหมายที่แท้จริงของการมีชีวิต วินนี่จึงมีความคิดอย่างที่เขียนมา

จริงอยู่ที่มันไม่มีคำตอบที่ตายตัว และสุดท้ายคำตอบนั้นย่อมเปลี่ยนไปตามวัยและประสบการณ์ แต่อย่างน้อยการขบคิดถึงเรื่องในลักษณะนี้ จะทำให้เราไม่หลงกระแสไปตามความคิดของฝูงชน เป็นปัจเจกชนที่โดดเดี่ยวที่รู้จักตนเองดีกว่าเป็นฝูงชนที่มีชีวิตไปวันๆ มาสู้ไปด้วยกันนะbig smile

#5 By wonderboy on 2012-09-14 11:22

ตอนที่นั่งขบคิดกับชีวิต ก็รู้สึกไร้ค่าคล้ายที่คุณป้าบอก เหมือนกับว่าเรามีชีวิตเพื่อนสนองความพอใจคนอื่นที่อยากให้เรามีอยู่ อยากให้เราทำประโยชน์ให้กับเขา  เรามีชีวิตเพื่อใครกันแน่ แล้วถ้าวันนึงเราเกิดเบื่อตัวเองขึ้นมาล่ะ เราจะจบเรื่องราวของตัวเองได้ไหม
ผมกลับอยากจะเป็นหุ่นยนต์ทำอะไรโดยไม่ต้องสงสัย อยู่อย่างเดิมๆ เป็นอย่างเดิมๆ ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องไขว่คว้า ไม่ต้องสงสัย บางทีอาจจะดีกว่าการที่ต้องมาขบคิดอะไรมากมายก็ได้

#4 By winney (103.7.57.18|171.99.73.210) on 2012-09-13 23:40

ตอนที่ดูกันสึ ป้ารู้สึกอย่างนั้นจริงๆนะเวตรา อายยยยจัง

#3 By wonderboy on 2012-08-10 17:23

จบเสี่ยวมากมายเลย คริคริ
สุดท้ายทางท่ดีที่สุดมันก็ทางที่สาม สินะค่ะ

#2 By เวตรา on 2012-08-10 16:09

เข้ามาอ่านกันดูนะจ๊ะ...ป้ารักหนูนักปรัชญาทุกคนนะจุ๊บๆๆๆๆconfused smile

#1 By wonderboy on 2012-08-09 09:21

Code Here.