กับดักเสรีนิยม

posted on 20 Oct 2012 11:23 by hoyjubkab
 
 
     หวัดดีจ้ะหนูนักปรัชญาทุกคน
 
      งวดนี้ป้าขอกระโดดขึ้นไทม์แมชชีน จากโลกยุคโบราณสองพันกว่าปีก่อน มาโลกยุคหลังสมัยใหม่ ร่วมสมัยของเรานืดนึง ตามคำขอนะจ๊ะ
 
     เรื่องที่จะมาคุยกันในเวันนี้ ก็คือเรื่องแนวคิดเสรีนิยมหรือ liberalism ที่กำลังเฟื่องฟูในสังคมของหนูๆนั่นเองล่ะ เพราะ  ป้าพบว่า หลายคนมักจะนำฉลากแปะหน้าผากว่าฉันนี่น่ะจ๊ะ สังกัดพวกลิเบอรัลตัวจริงเสียงจริง
 
    เอ..แล้วมันยังไง ลิเบอรัลนี่มันติดตัวมาแต่เกิด? ต้องมีบัตรผ่านบัตรเบ่งไหม? และการเป็นลิเบอรัลเนี่ยต้องมีคุณสมบัติยังไงบ้าง กว่าจะเคลมได้ว่า ฉันนี่นะยะ ลิเบอรั๊ลลิเบอรัล มาติดตามกันดู อิอิ
 
     ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักก่อนว่า ลิเบอรัลหรือเสรีนิยม คือ อะไร
 
    ถ้าว่ากันอย่างหยาบๆ มันก็เป็นแค่แนวความคิดนึง ที่มุ่งเน้นไปที่ความเสมอภาพ เสรีภาพ ภราดรภาพ ของปัจเจกชนเป็นหลัก แต่โดยทั่วไปมักนำแนวคิดนี้ไปผูกติดกับ แนวคิดทางการเมือง และ เศรษฐกิจ ซึ่งหลักการพื้นฐานของเสรีนิยม ก็คือ สิทธิมนุษยชน สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิทางการเมือง ที่เสมอภาคกันภายใต้กฏหมายนั่นเองล่ะ แต่ขณะเดียวกันเสรีนิยม ก็ขยายขอบเขตของมันออกไปในทุกมิติของสังคมด้วย  ใครสนใจความหมายที่ถูกต้องก็กูเกิลกันไปนะจ๊ะ อันนี้ป้าขอคุยแบบหนุกๆเบาๆ
 
     ส่วนลิเบอรัลของหนูๆ เท่าที่ป้าแอบแวะเข้าไปติดตาม ตามเพจต่างๆก็มักจะเน้นในเรื่องเสรีภาพของปัจเจกชนซะมากกว่า อย่างที่โด่งดังช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็กรณีน้องแหกขาใส่ปรีดี ที่ม. ธรรมศาสตร์ ก็กลายมาเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปถ้วนทั่ว ขนาด อ. เกษียร อ. สมศักดิ์ ก็ยังมาแจมกับเค้าด้วย
 
     บางคนก็ออกมาด่าอย่างสาดเสียเทเสีย ว่าอีหนูนี่มันใช้ความเป็นลิเบอรัล ผิดที่ผิดทาง ไร้สมองตรองเหตุผล บางคนก็สนับสนุน เพราะ เค้ามองว่าถ้าจะใช้ความเป็นลิเบอรัลเป็นมาตรวัด ก็อย่ายกเว้นไอ้หน้าไหนทั้งนั้น ถ้าเสรีภาพและเสมอภาคมีจริงล่ะก็ อย่าว่าแต่รูปปั้นปรีดีเลย ต่อให้...ยิ่งกว่านี้ กูก็ต้องปฏิบัติเสมอกันว่ะค่ะ ยังไงก็ตาม ปรากฏการณ์ลิเบอรัลก็ถูกกระพือให้คนส่วนใหญ่รู้จัก ก็มาจากเรื่องนี้ล่ะนะป้าว่า
 
    เมื่อกล่าวถึงลิเบอรัลตามนิยามหนูๆ เราต้องมานึกๆก่อนว่า หน้าประวัติศาสตร์ปรัชญาน่ะ มีท.ไหนของใคร ที่กล่าวถึงแนวคิดเรื่องเสรีภาพมาก่อนบ้าง เพราะป้าไม่เชื่อว่า อยู่ดีๆลิเบอรัลมันจะผุดขึ้นมาได้เองหรอก ใช่ไหมล่ะ
 
    เมื่อเราพูดกันเรื่องเสรีภาพของปัจเจกบุคคล คนแรกที่ป้านึกถึงคือ จอร์น ล็อค นักปรัชญาชาวอังกฤษราวศตวรรษที่๑๗ ซึ่งแกก็เป็นที่รู้จักดีในแวดวงปรัชญาการเมือง แนวคิดเรื่องสิทธิทางธรรมชาติ
 
      แกบอกว่า อิสรภาพและเสรีภาพเป็นสิทธิทางธรรมชาติที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด สิทธิ์นี้เกิดจากความเป็นผู้มีเหตุผลของมนุษย์ตามที่พระเจ้าให้มาเสมอภาคกัน และไอ้ความมีเหตุผลของเรานี่ล่ะ ทำให้เราเท่าเทียมกัน
 
      แต่แนวคิดของล็อคก็ยังไม่เจิดเท่า ของ เอมมานูเอล คานท์ นักปรัชญาชาวเยอรมัน ซึ่งเกิดตามหลังล็อคตายไปไม่นาน คานท์นี่เป็นนักปรัชญาที่ยิ่งใหญ่มาก และแนวคิดเค้ามีอิทธิพลต่อพวกจิตนิยม และ โรแมนติคนิยม ในศตวรรษที่ ๑๙ อย่างมากมายมหาศาล เรียกได้ว่า แกดังไม่แพ้เพลโต อริสโตเติล เลยล่ะในหมู่เด็กที่เรียนปรัชญามานะ
 
      เสรีภาพในมุมมองของคานท์ ไม่ง่ายๆตรงไปตรงมา เหมือนของพวกเสรีนิยมสมัยนี้นะ เพราะเค้าเชื่อว่า การกระทำโดยเสรีภาพจริงๆนั้นไม่ใช่ การกระทำตามกฏธรรมชาติหรือธรรมเนียมสังคม หรือ อีกนัยนึงก็คือ ทำตัวไปตามเหตุปัจจัยที่อยู่นอกเหนือของตนเอง ซึ่งการกระทำโดยเสรีภาพของคานท์เกิดมาจากเจตจำนงเสรีและเหตุผลบริสุทธิ์
 
     ดังนั้นเวลาที่เราประพฤติตนอย่างเป็นอิสระ ตามกฏที่เราตั้งให้ตัวเอง เราทำมันในฐานะเป้าหมายในตัวเอง ไม่ได้เป็นเครื่องมือให้กับเป้าหมายนอกตัวเรา ซึ่งจุดนี้เองที่คานท์มองว่า มันทำให้ชีวิตมนุษย์มีศักดิ์ศรี มีคุณค่าเหนือกว่า สัตว์ สิ่งของ
 
    เกี่ยวกับแนวคิดของคานท์อย่าไปแอบตีความเข้าข้างตนเองว่า สิ่งใดที่กูต้องการทำโดยเจตนา ไปตามกิเลส ก็แสดงว่า กูได้บรรลุการใช้เสรีภาพตามทัศนะของคานท์แล้วแหงม ... อันนี้ป้าขอบอกว่าคิดผิดถนัด เพราะคานท์ยังบัญญัติ คุณค่าทางศีลธรรมมากำกับอีกส่วนนึงด้วย ซึ่งต้องคุยกันยาว ขอแปะไว้ก่อน
 
     เอาเป็นว่า ป้าพยายามจะบอกเราว่า ก่อนที่ คาร์ล ป๊อปเปอร์ นักปรัชญาในยุคนี้ จะเสนอหลักการเบื้องต้นของแนวคิดเสรีนิยม ที่ว่า เสรีนิยมเรียกร้องการจำกัดเสรีภาพส่วนบุคคลที่ทุกคนจำเป็นต้องยอมรับเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมนั้น จะต้องมีอยู่น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้นั้น  แนวคิดเรื่องเสรีภาพของปัจเจกชน นั้นมีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วจร้า
 
      ทีนี้กลับมาที่ลิเบอรัลของหนูๆอีกครั้ง ...  ป้าเองจะไม่ชี้ว่าเสรีนิยมสุดติ่งนั้นมันโอเคไหม กับตัวเราซึ่งนับว่าเป็นปัจเจกชนคนนึง แต่ป้าอยากจะลองตั้งคำถามเล่นๆซึ่งไม่ได้คิดเองนะ คือ ได้แรงดาลใจมาจากหนังสือเรื่องความยุติธรรม ของ ไมเคิล แซนเดลซึ่งเป็นอาจารย์ปรัชญาการเมืองที่ฮาร์วาร์ด
 
     ในหนังสือเล่มนี้ มีอยู่ส่วนนึง เค้าได้วิพากษ์ วิจารณ์ เสรีนิยม โดยยกกรณีตัวอย่างให้เราลองคิดดูว่า เสรีนิยมนั้นมันก็มีจุดอ่อนของมัน โดยเค้านำเรื่องการขายไต การกินเนื้อคนที่ยอมให้กิน มาให้เราได้ลองไตร่ตรองเล่นๆกัน
 
    เรื่องการขายไตนั้น ดูไปก็ไม่เห็นจะแย่ตรงไหน ก็พวกลิเบอรัลเชื่ออย่างสุดจิตสุดใจว่า เราเป็นเจ้าของตัวเองนี่หว่า จะขายไตสักข้างคงไม่เป็นไร ร่างกายก็ยังแข็งแรงมีชีวิตต่อไปได้ แถมได้ทั้งเงิน และได้ช่วยคนป่วยใกล้ตาย วินวินชิมิ
 
   แต่ถ้าเราอยากขายมันสองข้างเลย เอาเงินให้ลูกเรียนแม้ตัวจะตาย ถ้าไอ้เราคนนั้น มันคือพ่อแม่เราเอง  เราจะทำดูดายไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้พ่อแม่เราตายต่อหน้าเพื่อเอาเงินมาให้เราเรียนรึไม่ ถ้าเราเป็นลิเบอรัล เราก็ไม่มีสิทธิจะไปห้ามพ่อแม่เราให้ขายไตจริงไหม เพราะพ่อแม่เรามีสิทธิความเป็นเจ้าของร่างกายตนเองเหมือนกับเรา มาถึงจุดนี้ ไม่ว่าใครคงลาออกจากความเป็นริเบอรัลแหงๆ
 
    อยากบอกว่า นี่ไม่ใช่แต่งเรื่องลอยๆ กรณีแบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในอเมริกา มีนักโทษคนนึงยินยอมให้ใช้ไตทั้งสองข้างของเค้า  บริจาคให้ลูกสาวตนเองที่ต้องการเปลี่ยนถ่ายไต แต่ในที่สุดก็ถูกปฏิเสธ จากคณะกรรมการจริยธรรมของรพ.กลาง
 
     ส่วนเรื่องการกินเนื้อคนที่ยอมให้กิน  นั้นเกิดขึ้นที่เยอรมัน มีช่างคอมพิวเตอร์คนนึง ลงประกาศให้ผู้สนใจมา ลองประสบการณ์การถูกฆ่าและกิน แหม ถ้าเป็นบ้านเราคงไม่มีใครสนใจ ก็มันโรคจิตชัดๆ  แต่ที่เยอรมัน มีคนตอบรับและเดินไปให้กินถึงที่ว่ะ ทำงานดีสติสัมปชัญยะดีด้วยนะ เป็นวิศวกรอายุสี่สิบต้นๆใกล้เคียงกัน มีหลักฐานการสมยอมอย่างชัดเจน เรียกว่าไม่ใช่ฆาตกรโรคจิตอะไรที่ไหน
 
    ก็แกลงโฆษณาเปิดเผย มีการทำสัญญาเปิดเผย แต่ตอนฆ่านั้นไม่เปิดเผยเท่าไหร่ว่ะ หลังจากที่ถูกฆ่าและโดนกินไปได้หน่อยนึง แกก็ถูกจับ ศาลชั้นต้นให้แกติดคุกฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาจำคุกแปดปีครึ่ง ก็เยอรมันไ่ม่มีกฏหมายเรื่องการกินเนื้อคนบรรจุอยู่ด้วยนี่นา แต่สองปีต่อมาศาลอุทรณ์ก็กลับคำ ให้แกถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต
 
   หนูนักปรัชญาลองคิดดู ก็เรามีสิทธิจะตายอย่างที่เราต้องการนี่หว่า เพราะเรามีสิทธิเหนือร่างกายตัวเอง ถ้ากลับกัน พ่อแม่เราเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและทรมานมาก เราคงไม่ลำบากใจเท่าไหร่ถ้าหมอมาบอกว่า ยินดีจะให้ยานอนหลับสูตรพิเศษให้พ่อแม่เราหลับไปตลอดกาล แต่ถ้าการฆ่านั้นไม่ได้เป็นการช่วยบรรเทาความเจ็บปวดล่ะ ถ้าคนที่เรารัก สมาชิกในครอบครัว ขอไปให้คนอื่นฆ่ากิน เราจะยอมไหม ทั้งที่มันเป็นสิทธิของเค้า แต่เราคงไม่ยอมใช่ไหมล่ะ
 
   ทำไมการเป็นลิเบอรัลสุดติ่ง มันยากส์ขนาดนี้หนอ...
 
   สำหรับป้าการเมีฉลากลิเบอรัลแปะหัวนั้น เป็นแค่เรื่องภายนอกเท่านั้นล่ะ หนูๆหลายคนอยากมีเสื้อคลุมลิเบอรัลมาใส่คลุมตัว เพราะมายาคติว่าเทรนด์ แต่การเป็นลิเบอรัลนั้นมันไม่สามารถแสดงคุณค่าความเป็นคนได้ทุกมิติหรอก เช่นเดียวกับ อนุรักษ์นิยม อรรถประโยชน์นิยม เจตจำนงนิยม สังคมนิยม ฯลฯ การที่เราเป็นคนอย่างที่เป็นทุกวันนี้ มันไม่ได้เกิดจากแนวคิดใดแนวคิดหนึ่งมาหล่อหลอมทำให้เราเป็นใคร  ชีวิตมันไม่ง่ายขนาดนั้น
 
    และก็เลิกซะเหอะไอ้ประเภทที่ใช้เสรีภาพเกินขอบเขต แล้วอ้างข้างๆคูๆตลองๆว่า ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เพราะลึกๆน่ะเชื่อว่า กรูน่ะมีเสรีภาพเท่ากับมรึง   ( หรือมากกว่า )
 
ป้าเอ็กซิสต์
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอโทษหนูพาราดอกซ์ด้วยนะคะ พอดีพึ่งเข้ามา ดีใจที่มีเด็กยุคใหม่มีเหตุผลและแนวความคิดเป็นของตัวเอง บล็อกนี้แม้จะมีปรัชญาเป็นเรื่องใหญ่ใจความ แต่ก็พยายามยึดโยงกับเรื่องราวในสังคมอยู่บ้าง
ยุคโพสต์โมเดิร์นเข้ามาเป็นส่วนนึงในชีวิตเราพอๆกับเราเข้าไปเป็นส่วนนึงของมัน ทั้งโดยไม่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ถ้่าเรายังยึดติดกับยุคโมเดิร์น ที่มีรูปแบบ กรอบความคิดที่ตายตัว เราก็จะคับข้องใจ อันนี้ไม่ได้หมายความว่า ยุคนี้ดีกว่ายุคเก่า แต่เราย้อนกลับไปไม่ได้อีกแล้ว เราคงต้องปรับตัว พัฒนาตนเองโดยเฉพาะแนวความคิดหลักของเราให้ชัดเจนแจ่มแจ้งที่สุด อย่าให้ฝูงชนนำทางเราไปนะจ๊ะ
big smile

#18 By wonderboy on 2013-06-19 21:50

ป้าค่ะ หนูกลัวแนวคิดหลังสมัยใหม่ค่ะ มันดูมีทั้งพลังสร้างสรรค์และพลังทำลายล้าง หนุกังวลว่า มนุษย์น่าจะใช้แนวคิดแบบนี้ปลดปล่อยด้านมืดของตัวเองจากพันธะของประเพณี อีกทั้งในสมัยนี้ เป็นยุคที่เราสามารถนำเอาเหตุผลของตัวเองมาใช้เหนือเหตุผลของประเพณีได้ด้วยแล้ว หนูจะรู้เท่าทันเหตุผลที่เป็นfallacyได้อย่างไรค่ะ บางครั้งมันทำเราคล้อยตามมากเลย เป็นห่วงสังคมในอนาคตจังค่ะ ป้ามีเพจอื่นหรือช่องทางให้หนูได้รับความรู้จากป้าอีกไหมค่ะ จะตามอ่านค่ะ ชอบมากเลยbig smile

#17 By paradox on 2013-06-05 23:08

ขอบคุณคร่าvanvornsad smile

#16 By wonderboy on 2013-02-01 11:57

ดีมากๆ

#15 By vanvorn (103.7.57.18|110.168.87.166) on 2013-01-25 11:07

ข้าน้อยคารวะในธรรมที่ท่านมอบให้

#14 By wonderboy on 2013-01-25 09:32

ยังดีพอมีการเขียนการอ่านการดูได้ดูในโลก-จึงมีการเรียนรู้ถ่ายทอดนาม-รูป ในยุคๆหนึ่ง

#13 By cesarmonsters on 2013-01-23 11:51

ขอแสดงความคิดเห็นบางประการ
ผมว่าริเบอรัลอะไรนี่มันเริ่มขึ้นครั้งแรกๆที่เห็นได้ชัดน่าจะเป็นช่วงยุคเรเนซอง ที่มนุษย์เริ่มจะคิดได้ว่าชีวิตของพวกเขาสามารถคุณค่าและมีความสุขได้ด้วยตัวของพวกเขาเองโดยไม่ต้องพึ่งพระเจ้าหรือศาสนจักร
แต่แนวคิดพวกนี้มันก็เกิดจากผู้คนในยุคนั้นหันกลับไปศึกษาปรัชญากรีกโบราณนะ ผมไม่รู้หรอกว่าในสมัยกรีกโบราณมีใครคิดอะไรเทือกนี้ไว้
เสรีนิยมน่าจะเห็นในชัดๆอีกช่วงคือช่วงของการปฏิวัติ1789 รัฐบาลฝรั่งเศสหลังการปฏิวัติแบ่งที่นั่งกันในรัฐสภาอย่างชัดเจน คุณหัวเก่าไปนั่งฝั่งขวา ก้าวหน้าหรือไปนั่งฝั่งซ้าย
เสรีนิยมน่าจะเกิดจากช่วงที่ผู้คนต้องการจะปลดปล่อยตัวเองให้พ้นไปจากอะไรที่มำอำนาจเหนือกว่าและมาลดคุณค่าความเป็นมนุษย์ของพวกเขา มันพาให้ผมคิดงั้น
ส่วนที่ว่าเสรีนิยมมีขอบเขตแค่ไหน ถ้าเราจะอ้างว่ามันถูกจำกัดด้วยความสงบสุขในสังคม อย่างการไล่ฆ่าคนนี่ก็ถือว่าเป็นเสรีรึเปล่า หรือมันทำให้สังคมอยู่ยาก ถึงจะคิดว่าในโลกธรรมชาติจริงนี่โคตรจะเสรีเลยก็เถอะ แต่โลกธรรมชาติของมนุษย์มันก็ต้องมีขอบเขตหน่อยละน่า ก็มนุษย์เป็นสัตว์พูดได้ มาคุยตกลงกันได้นี่ อันนี้อาจจะคล้ายๆกฎความไม่แน่นอนของไฮเซนเบิร์กอยู่หรอกนะ
เสรีภาพที่แท้จริง มันมีอยู่จริงไหม? ถ้ามันมีอยู่จริงมันเป็นอย่างไร? เกิดจากจิตสำนึก ที่ติดตัวเรามาแต่กำเนิด หรือเป็นเพียงสิ่งสมมุติที่เกิดมาภายหลัง? มันเกิดมาก่อนประสบการณ์ หรือหลังประสบการณ์? เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่น่านำมาขบคิดเป็นบางคราว แต่ถ้ามากไปประสาทแดีกเอาง่ายๆจ้ะ

เกี่ยวกับเสรีภาพมีนักปรัชญาพูดไว้เยอะไล่เรียงมาตั้งแต่กรีกโน่น ป้าแค่จุดประเด็นมันขึ้นมาเล่นๆ โดยยกคานท์มาจับ

ดีใจที่ไอแอมแดนเจอรัสฟ๊อกส์เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดกัน ขอบคุณนะจ๊ะ
ส่วนเรื่องเซนเซอร์ ป้าหงุดหงิดเวลามีโมเสสเปื้อนไปหมด่ั้งจอ จนดูไม่รู้เรื่องน่ะ big smile

#11 By wonderboy on 2012-10-25 22:03

Hot! Hot! Hot!
ส่วนตัวผมว่าเสรีภาพที่แท้จริง(ตามเหล่านักปรัชญาพูดนะครับ)น่ะ...ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก...- -" 
เพราะเหล่าคนที่ควบคุมโลกอยู่..."เขาไม่ยอม" หรอกครับ...(เขาหาทางควบคุมคนโดยให้คนรู้สึกว่าอิสระ...question ) 555
(เริ่มเพ้อเจ้อและ... 555)
เรื่องเซนเซอร์ผมเห็นด้วยนะ...
มีเซนผมว่ายิงเหมือนกระตุ้นให้คนอยากรู้... angry smile

#10 By I am DangerousFox on 2012-10-25 18:27

ใช่แล้วถูกต้องที่สุด Hot!

#9 By ปิยะ99 on 2012-10-22 12:43

มีแท๊ปเลตก็ ก็ต้องเล่นหน่อยสิค่ะ คริคริ

#8 By เวตรา on 2012-10-22 09:33

ป้าว่าการเซนเซอร์สื่อเนี่ย ถ้าจะให้ดีก็น่าจะนำระบบ แบบตปท.เค้าใช้ อย่างเรทของเค้าน่ะเข้มงวดมาก ส่วนของไทยโคตรตลก บอกว่าไม่เหมาะกับเด็กและเยาวชนแต่เวลาฉายเด็กยังไม่นอนเลย
แต่เดี๋ยวนี้สื่อทีวีไม่สำคัญเท่าสื่อจากอินเตอร์เนทหรอก อยากจะดูอะไรก็ได้ทั้งนั้น ถ้าผู้ปกครองไม่สนใจไม่มีเวลาใกล้ชิดก็ลำบาก
แต่สิ่งหนึ่งที่ป้าคิดเหมือนเวตราคือ สมัยป้าเด็กๆดูการ์ตูนมาก็เยอะ ดูหนังรุนแรงมาก็มาก แต่มันไม่ค่อยมีอิทธิพลมากเท่าไหร่ สงสัยว่าเด็กน้อยสมัยนี้อาจจะหมกมุ่นกับทีวี อินเตอร์เนทมากไปembarrassed

#7 By wonderboy on 2012-10-21 20:12

เวตราเอง มองว่า หน้าจะมองเนื้อหาเรื่องมากกว่า ภาพในบางตอน เพราะโดเรมอนเอง ก็สองให้เด็กไม่รู้จักพึงตัวเอง แก้ปัญหาด้วยตัวเองไม่ได้ คอยแต่จะพึงคนอื่น sad smile

#6 By เวตรา on 2012-10-21 13:08

ก็ต้องกลับไปที่สิทธิมนุษยชนคืออะไรน่ะ ...
แต่ถ้าถามป้า การที่รัฐเข้าแทรกแซงสิทธิของเราผ่านระบบเซนเซอร์น่ะ ป้าไม่เห็นด้วยถ้ามันมาจากที่ผู้มีอำนาจต้องการปกป้องพลเมืองผู้เยาว์ในลักษณะนี้นะ เพราะการปกป้องเด็กจากอันตรายจากสิ่งมอมเมาทำได้ยากมาก คือมันน่ามีระบบที่ดีกว่านี้รึปล่าว การปกปิดบิดเบือนควบคุม ไม่ใช่การแก้ปัญหานะ
ทุกวันนี้เราก็เห็นๆอยู่ว่า ถึงไม่มีระบบเซนเซอร์ ภัยที่เกิดขึ้นจากความรุนแรงกับเด็กก็มีอยู่ตลอดเวลาที่เป็นเช่นนี้เพราะ มัวแต่เซนเซอร์หัวนมก้นตัวการ์ตูน แต่ดันไม่เซนเซอร์หนังที่เลื่อยหัว ฟันกันเลือดสาด
หนังที่บอกว่าเป็นหนังเด็กดูได้บางเรื่อง รุนแรงมาก นะ ป้าเคยนั่งดูการ์ตูนทอมกับเจอรี่กับหลาน มันก็รุนแรงทั้งเรื่องเลยล่ะ ถ้าจะจับผิดนะ นี่ขนาดวอสดีสนี่ย์แท้ๆ

#5 By wonderboy on 2012-10-20 20:40

big smile มาตามคำขอ แล้วววว คริคริ สุดท้ายแลเวจะเสรี ขนาดไหน ก็มีข้อจำกัดอยู่ดี

แล้าป้ามองเรื่องเซนเซอ เหล้า การ์ตูนเด็ก เพื่อปกป้อง มันขัดกับเสรีภาพในการเลือกรับชมของเด็กไหม๊open-mounthed smile
เพราะเมื่อก่อนตอนดูแล้วมันไม่มีเซน ก็ไม่จะเป็นอะไร

#4 By เวตรา on 2012-10-20 19:53

ขอบคุณนะจ๊ะ เอฟสิบสาม ลองซื้อเรื่องนี้มาอ่าน แปลดีมาก สนพ.โอเพ่น

#3 By wonderboy on 2012-10-20 19:47

big smile มาตามคำขอ แล้วววว คริคริ สุดท้ายแลเวจะเสรี ขนาดไหน ก็มีข้อจำกัดอยู่ดี

แล้าป้ามองเรื่องเซนเซอ เหล้า การ์ตูนเด็ก เพื่อปกป้อง มันขัดกับเสรีภาพในการเลือกรับชมของเด็กไหม๊open-mounthed smile
เพราะเมื่อก่อนตอนดูแล้วมันไม่มีเซน ก็ไม่จะเป็นอะไร

#2 By เวตรา on 2012-10-20 19:47

ชอบครับป้า น่าสนใจมาก
ผมเคยดูแต่คลิปเลคเชอร์ของไมเคิล แซนเดล ใน youtube เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง เดี๋ยวตามอ่านเรื่อยๆครับ

#1 By Film on 2012-10-20 18:59

Code Here.