หวัดดีจ้ะ...หนูนักปรัชญาทุกคน ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ ทั้งบางคนที่หล่นหายและเพิ่มขึ้นมา หายไปสามเดือนเต็มๆ เพราะหมกมุ่นกับกิจกรรมหลัก คือเล่นเกมส์ เล่นจนลืมตัว ลืมอ่านหนังสือ ลืมแม้กระทั่งไปสิงในโลกเสมือนเหมือนอย่างเคย  กว่าจะกระตุกสติจิกหัวตัวเองกลับมาได้ ก็แทบแย่
 
              แหมมม.... เวลาคนติดเกมส์มันน่ากลัวอย่างนี้เอง ต่อไปนี้ป้าสาบาน(พร้อมชูสามนิ้ว)จะไม่แอบเคืองเด็กที่เล่นเกมส์จนกระเพาะปัสสาวะแตกคาร้านเกมส์อีกแล้ว  บาปกรรมจริงจิ๊ง  ด่ามันมากจนเข้าตัว ฮือๆๆ
 
       เอนทรี่นี้มาเรื่องเบาๆหน่อย พอดีติดพันมาจากข่าวต่างประเทศที่ได้ถกมาในเฟสกับน้องๆมานิดนึงละ เกี่ยวกับ ชาวภูฏานรุ่นใหม่ปฏิเสธ " ความสุขมวลรวมประชาชาติ" หรือ  "Gross National Happiness(GNH) " ต่อไปป้าจะใช้ตัวย่อนี้นะ
 
      แต่ก่อนไปคุยกันเรื่อง GNH  เราควรมารู้จักผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (Gross National Product)กันเสียก่อนน่าจะดี ใครรู้ดีแล้วอ่านพารากราฟต่อไปเลยก็ได้ GNP เนี่ย เป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐส่วนใหญ่ในโลกเอามาใช้ในการวัดความคืบหน้าในการเจริญเติบโตของการพัฒนาประเทศ 
  
     แต่ปัญหาคือ GNP นี้มันขาดอะไรไปตั้งหลายอย่าง ที่สำคัญก็อย่าง สิทธิเสรีภาพ  ความเป็นประชาธิปไตย การกระจายรายได้ที่อาจไม่เป็นธรรม หรือแม้กระทั่งผลกระทบทางลบต่อครอบครัว สิ่งแวดล้อม ที่เป็นผลมาจากการพัฒนาประเทศอีกด้วยล่ะดิ
 
    เมื่อ GNH มันมีข้อบกพร่องเยอะ  องค์กรหนึ่งของสหประชาชาติก็เลยไปพัฒนาดัชนีชี้วัดการพัฒนาของมนุษย์ ขึ้นมาอีกตัว คือ  Human Development Index (HDI) ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ส่วนสำคัญได้แก่ การประเมินอายุเฉลี่ยของประชากร ระดับความรู้หนังสือในแง่อ่านออกเขียนได้ และรายได้ถัวเฉลี่ย แล้วคำนวณออกมาเป็นคะแนนหนึ่งถึงร้อย โดยที่ประเทศที่มีคะแนนต่ำกว่า 50 ถือว่ามีพัฒนการมนุษย์ต่ำ และหากมากกว่า 80 คะแนนก็ถือว่าสูง
 
    แต่มันก็ไม่เวอร์ก ทันใดนั้น รัฐบาลประเทศภูฏาน  ก็ประดิษฐ์ "ความสุขมวลรวมประชาชาติ" หรือ Gross National Happiness (GNH) ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในกระบวนทัศน์ใหม่ในการพัฒนาขึ้นมา  จำได้ว่าเมื่อสักสิบปีก่อน  เนี่ย ชาวโลกโดยเฉพาะนักวิชาการไทยเนี่ยดี๊ด๊ากันน่าดู พากันชาบูชาบูกันทั่วหน้า
 
    ผ่านมาถึงวันนี้  ชาวภูฏานที่เริ่มเปิดประเทศและเปลี่ยนการปกครองโดยเฉพาะตนรุ่นใหม่ก้เริ่มมองเห็น ว่ามายาคติที่รัฐใช้ป่าวประกาศอยู่เมื่อเชื่อวัน มันไม่สอดคล้องกับความเป็นไปของโลก  เค้าไปถึงไหนๆรัฐยังจะมาพอเพียงเพียงพอกันอยู่ได้  ไม่เข้าใจหัวอกกรูบ้างเล้ยยย
 
   ก็เลยกลายเป็นข่าวนั่นล่ะ  แล้วอีป้าก็เสือกไปอ่านเจอ จากลิงค์ที่เค้าแปะมาในเฟสนั่นล่ะจ้ะ
 
    สิ่งที่ป้าสงสัยมิใช่คำตอบของคนรุ่นใหม่ที่ไม่เอา GNH แต่เป็น เหตุที่มาของมัน อะไรอยู่เบื้องหลังบทความชิ้นนี้ เค้าเอาไมค์ไปจ่อปาก  หรือทำวิจัยโดยใช้กลุ่มตัวอย่างขนาดไหน เค้าใช้เวลาเท่าไหร่ ตัวชี้วัดมีอะไรบ้าง นิยามคนรุ่นใหม่วัดจากช่วงอายุเท่าไหร่ มีการศึกษาใกล้เคียงหรือแตกต่างกันอย่างไร  สุ่มทั่วทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ หรือ แค่เมืองหลวง สารพัดจะคิดน่ะ
 
   เพราะการปฏิเสธความสุขมวลรวมเนี่ย มันตบหน้ารัฐบาลฉาดใหญ่เลยนะ!!!!
 
   มองย้อนไป ถึงนิยามความสุข ที่เอามาใช้เป็นดัชนีชี้วัด  ถ้าเราเอามาตรวัดมาจากปัจจัยสี่ ว่าเป็นพื้นฐานของความสุขของมนุษย์ ป้าก็เห็นว่างี้นะ
  
    อากาศ อันนี้ป้าว่าเค้าได้คะแนนเต็ม เพราะประเทศนี้ไม่มีแหล่งโรงงานอุตสาหกรรม ไม่มีโรงงานปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมอย่างบ้านเราเป็นแน่ อีกทั้งไม่มีห้างหรูหรา ที่แดกไฟฟ้ามหาศาล ไม่มีรถติดสามวันสามคืน และพวกบ้าเผาป่าเหมือนตอแหลแลนด์แดนสยาม 
 
   น้ำ แหมมอยู่ติดหิมาลัยซะขนาดนั้น โรงงานปล่อยน้ำเน่า สารตะกั่วก็ไม่มี แถมน้ำยังสะอาดใสเย็นเฉียบ เอาไปแปดละกัน เพราะระบบน้ำประปาอาจไม่ทั่วถึง
 
   อาหาร คนที่นี่เท่าที่รู้เค้าก็กินอาหารที่ไม่เน้นเนื้อสัตว์เท่าไหร่ อาจไม่มีแมคโดนัล เคเอฟซี ซิสส์เลอร์ อะไรก็ว่าไป เอาไปหกละกัน เพราะไม่มีอาหารขยะให้แดกเลย กินแต่นม ผัก หญ้า และเหล้าหมัก
 
   ก็อีเหล้าหมักนี่ล่ะทำเหตุ ให้ชาวภูฏานตายห่าเยอะไปหน่อย จนเค้าแอบมาค่อนขอดว่า ถ้ามีความสุขจะแดกเหล้าเป็นตับแข็งตายทำไมวะ เรื่องนี้มันก็หลายสันนิษฐานนะ เป็นเพราะอากาศหนาว ไม่มีฮีตเตอร์ทุกบ้านรึปล่าว หรือว่าเป็นประเพณี คติชาวบ้าน  หรือขาดความรู้ด้านสุขศึกษา ก็เอามาว่าได้หมดล่ะ
 
     นี่ก็แสดงว่าเรื่องระบบสุขภาพยารักษาโรคซึ่งเป็นปัจจัยสุดท้ายนี้ล่ะที่สอบตกอย่างแท้จริง  แต่สำหรับป้าถ้าจะให้ตกในข้อนี้  ก็เพราะอัตราการตายของผู้หญิงตั้งครรภ์ที่สูงจนน่าใจหาย
 
   ทั้งหลายทั้งปวงที่บอกมา ก็แค่ไม่อยากให้หนูนักปรัชญา คิดเองเชื่อเองจากบทความโดยรีบด่วนสรุป เสียจนลืมตั้งคำถาม  คือป้าคิดว่าหลายครั้งบทความน่าสนใจ  แต่ที่มาของมัน  จุดเล็กจุดน้อยบางอย่าง  ก็ดูน่าสงสัยเคลือบแคลง
 
   เราเองในฐานะหนูนักปรัชญา อย่าไปหลงใหลได้ปลื้มโดยไม่สงสัยตั้งคำถาม เพราะนั่นจะทำให้เรากลายเป็นลูกแกะเชื่องๆในโลกที่ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดอย่างทุกวันนี้โดยไม่รู้ตัวจ้า
 
   รักนะจ๊ะ 
 
   ป้าเอ็กซิสต์ 
 
   
      

Comment

Comment:

Tweet

#6 By (27.55.68.182|27.55.68.182) on 2015-08-01 19:58

ขอบคุณค่ะ สัญญาค่ะKaty นะเขียนอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าอยากรู้อะไรเป็นพิเศษ บอกได้นะคะ ป้าจะได้มีโจทย์ไว้กระตุ้นตัวเอง

#5 By wonderboy on 2014-08-30 12:08

คิดถึงป้าค่ะ หายไปนานเลย  big smile

#4 By Katy (103.7.57.18|171.7.142.161) on 2013-07-05 01:52

คิดถึงเหมือนกันค่ะ

#3 By wonderboy on 2013-06-28 20:30

หายไปนานคิดถึง

#2 By ปิยะ99 on 2013-06-27 19:43

อนาคตอีก 10 ปี คนภูฏานอาจไม่มีความสุข
เพราะนักท่องเทียวของแพงค่าครองชีพสูง

#1 By ปิยะ99 on 2013-06-27 19:41

Code Here.